วันเสาร์, มิถุนายน 19
Shadow

มหัศจรรย์จาก “ใบชา” ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

ชา เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ถูกจัดว่าเป็นเครื่องดื่มที่คนนิยมเป็นอันดับ 2 รองจากน้ำเปล่าเลยทีเดียว เพราะในแต่ละวันผู้คนบนโลกดื่มชามากถึง 18,000 – 20,000 ล้านถ้วยต่อวัน ก็ไม่แปลกใจเลยว่า “ชา” จะเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยม เพราะด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ และรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ผู้คนหลงใหลไปกับการดื่มชา แล้วคุณรู้หรือไม่? ว่าชาที่เราดื่มไปนั้นมีสารพัดประโยชน์ จะมีอะไรบ้างตามไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ กับ มหัศจรรย์จาก “ใบชา” ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

มหัศจรรย์จาก “ใบชา” ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

มหัศจรรย์จาก “ใบชา”

สารอาหารสำคัญของชา

สารอาหารสำคัญที่พบได้ในชาเขียว ได้แก่ โพลิฟีนอล แทนนิน ฟลาโวนอยด์ ธีอะนีน กรดอะมิโน และสารในกลุ่มแซนทีนอัลคาลอยด์ คือ คาเฟอีน และธิโอฟิลลีน ซึ่งสารเหล่านี้คือสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางและยังมีสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่ชื่อว่า คาเทชิน ซึ่งสารคาเทชินนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 5 ชนิดด้วยกัน คือ

  1. Gallocatechin (GC)
  2. Epicatechin (EC)
  3. Epigallocatechin (EGC)
  4. Epicatechin gallate (ECG)
  5. Epigallocatechin gallate (EGCG)
มหัศจรรย์จาก “ใบชา”

สรรพคุณของชา

ชาเขียวมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่น ๆ อีก เช่น เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ปะปนมากับอากาศ นอกจากนี้สารฟลาวานอลส์ (Flavanols)

ชาเขียวมีประสิทธิภาพในการลดระดับคอเลสเทอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ยับยั้งการก่อตัวของ ลิ่มเลือด ลดความดันโลหิต ทำให้อัตราเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจลดลง

ชาเขียวช่วยลดความเครียด ช่วยเพิ่มระดับคอเลสเทอรอลชนิดดี (HDL) นอกจากนี้ชาเขียว ยังช่วยลดพิษหรือล้างพิษออกจากร่างกายอีกด้วย โดยเฉพาะสารพิษจากบุหรี่ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ป้องกันและลดอัตราการแพร่กระจาย ของมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งตับ มะเร็ง ต่อมลูกหมาก มะเร็งเหล่านี้สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการบริโภคเนื้อวัวมากเกินไปและไม่ค่อย รับประทานอาหารที่มีใยสูงเท่าที่ควร

ในชาเขียวยังช่วยป้องกันฟันผุด้วย เพราะสารนี้จะเข้าไปขัดขวางการทำงานของแบคทีเรียที่จะก่อให้เกิดคราบหินปูน ต่อไปในอนาคต

มหัศจรรย์จาก “ใบชา”

แนะนำเทคนิคการดื่มชา

การดื่มชา ควรดื่มให้ต่อเนื่อง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 วัน ดื่มหลังอาหาร จะช่วยล้างพิษออกจากร่างกาย คนในยุคปัจจุบันควรหันมาดื่มชาให้มากขึ้น พ่อ แม่ ควรสอนให้ลูกให้หลานดื่ม เพราะดื่มแล้วเด็กจะไม่อ้วน พ่อ แม่ ต้องชงเป็น ชงชาเย็นให้เขา ชาเย็นตัวนี้กับตามท้องตลาดไม่เหมือนกันนะ ตัวนี้ดีมาก ชงแล้วทิ้งให้เย็น ใส่ขวดปิดฝาให้สนิท เอาเข้าตู้เย็นเก็บไว้ได้ 1 สัปดาห์ วันหนึ่งดื่มครึ่งขวดก็ได้ประโยชน์มหาศาลแล้ว

หากอยากดื่มชาเพื่อสุขภาพ เราต้องทำเอง หรือถ้าอยากดื่มชาหวานก็ให้ใส่น้ำผึ้ง ไม่ให้ใส่น้ำตาล เพราะจะทำให้แสบคอ น้ำผึ้งจะช่วยเติมพลังให้เรา หากใครอยากจะกินชาลำไยก็ใส่ลำไย ชาลิ้นจี่ทำเองได้จากธรรมชาติไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

เคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับการชงและดื่มชา

สำหรับคนที่สนใจดื่มชาเคล็ดลับเล็ก ๆ ในการชงชาและดื่มชา เราควรชงชาที่อุณหภูมิของน้ำให้อยู่ที่ประมาณ 76 – 85 องศาเซลเซียส น้ำที่เดือดจัดเกินไปจะทำให้รสชาติชาเสียได้ หากไม่มีที่วัดอุณหภูมิอาจใช้วิธีต้มน้ำจนเดือด แล้วทิ้งไว้สัก 1-2 นาทีให้อุณหภูมิลดลงแล้วค่อยชง

  • ระยะเวลาในการชงชาให้ได้ที่ ชาขาว 5-8 นาที หรืออาจนานถึง 15 นาที ชาเขียว 1-3 นาที ชาดำ และชาอู่หลง 3-6 นาที ชาสมุนไพร 5-15 นาที
  • การต้มชาไปพร้อม ๆ กับน้ำอาจส่งผลต่อระบบการย่อยเนื่องจากความเข้มข้นของสารแทนนิน
  • ชาที่ชงจากใบชาจะให้สารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าชาที่บรรจุในถุงเป็นซองๆ
  • ชาทุกชนิดหากเลี่ยงได้ควรดื่มเพียว ๆ หรือจะเติมมะนาวฝากก็ได้ แต่ควรงดเติมนมหรือน้ำตาลเพราะการเติมสองสิ่งนี้จะลดทอนสรรพคุณของเขา
  • หลัง 5 โมงเย็นไปแล้วควรงดดื่มชาเนื่องจากชามีกาเฟอีนอาจทำให้นอนไม่หลับ ดื่มตอนเช้า ทำให้กระปรี้กระเปร่า

โทษของชาเขียว

ชาเขียวเป็นเครื่องดื่มที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากรับประทานมากเกินไป หรือใช้ไม่ถูกวิธี ก็สามารถให้โทษต่อร่างกายได้เช่นกัน ซึ่งผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้ ได้แก่

  • ในชาเขียวมีคาเฟอีน (Caffeine) เช่นเดียวกับในกาแฟและโกโก้ หากดื่มในปริมาณที่มากเกินไป เช่น มากกว่าวันละ 3-4 แก้ว อาจส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงจากคาเฟอีนได้ เช่น นอนไม่หลับ รู้สึกอึดอัดไม่สบายท้อง คลื่นไส้ รวมถึงอาจมีอาการท้องเสียได้
  • คนที่เป็นโรคหัวใจควรระมัดระวังในการดื่มชาเขียว เพราะคาเฟอีนสามารถทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้
  • คาเฟอีนอาจส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด คนที่เป็นเบาหวานจึงต้องระวังในการดื่มชาชนิดนี้
  • การดื่มชาเขียวปริมาณมากในขณะให้นมบุตรอาจทำให้คาเฟอีนส่งผ่านไปยังเด็กทางน้ำนม ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเด็กได้ โดยมีคำแนะนำว่า คุณแม่ที่ให้นมบุตรไม่ควรดื่มชาเขียวเกินวันละ 2 แก้ว
  • การดื่มชาเขียวในระหว่างตั้งครรภ์อาจเพิ่มความเสี่ยงในการแท้งลูก คนท้องจึงควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มชนิดนี้ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทั้งหลาย เช่น กาแฟ ชา และโกโก้
  • แม้จะมีความเชื่อว่า ชาเขียวสามารถรักษาและยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ แต่สารที่พบในชาเขียวก็ทำปฏิกิริยาต่อยารักษามะเร็งได้เช่นกัน โดยเฉพาะยาบอร์ทีโซมิบ (Bortezomib)
  • วิตามินเคที่พบมากในชาเขียวอาจทำให้ฤทธิ์ละลายลิ่มเลือดของยาวาร์ฟารินลดลง ซึ่งอาจทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันตามอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะในหลอดเลือดสมองและหัวใจ ดังนั้นก่อนรับประทานชาเขียวและสมุนไพรอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรด้วย
  • สารแทนนิน (Tannin) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดรสขมในชาเขียว สามารถยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็กในอาหารได้ จึงเพิ่มความเสี่ยงของภาวะขาดเหล็ก (Iron deficiency) ซึ่งจะทำให้เกิดโรคโลหิตจางตามมา

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ จากข้อมูลที่เราได้รวบรวมมาให้อ่านกันในวันนี้ ได้ระบุไว้ว่าการดื่มชาสามารถสร้างภูมิคุ้มกันของเราได้จริง นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดความเครียด ป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็ง และช่วยลดพิษหรือล้างพิษออกจากร่างกายได้อีกด้วย โดยการดื่มชายังมีสรรพคุณอีกมากมายจนคุณคาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามการดื่มชาก็มีทั้งประโยชน์และโทษพร้อม ๆ กัน ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ ผู้บริโภคควรดื่มชาในปริมาณที่เหมาะสมกันด้วยนะคะ

โรคเบาหวานถือเป็นโรคร้ายที่ติดอันดับ 1 ใน 10 สาเหตุการตายของทั้งคนไทยและทั่วโลก เราสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานได้ ด้วยการออกกำลังกาย และกินอาหารที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด อย่างเช่นผักริมรั่ว  ที่เราสามารถหากินได้ง่าย ๆ  ส่วนจะมีผักอะไรบ้างตามไปดู  ไปกันเลยค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติม เกี่ยวกับหนัง ซีรีส์ ได้ที่ Tongdaiduu